top of page

TESA ชู “Cybersecurity และ National AIoT Platform” เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ มุ่งสร้างอธิปไตยทางดิจิทัลและเสริมศักยภาพนักพัฒนาไทย

  • 22 ม.ค.
  • ยาว 1 นาที

“ไม่ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นฝ่ายใด สิ่งสำคัญสูงสุดคือความมั่นคง โดยเฉพาะ Cybersecurity และ Data Stability ประเทศไทยจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของตนเอง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอนาคต”


— ผศ.วิรุฬห์ ศรีบริรักษ์ นายกสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) กล่าว



สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (Thai Embedded Systems Association: TESA) เน้นย้ำความสำคัญของความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และการพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว


ผศ.วิรุฬห์ ศรีบริรักษ์ นายกสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศว่า การรักษาความมั่นคงด้านไซเบอร์และเสถียรภาพของข้อมูล ถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงของประเทศในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในบริบทที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศเชื่อมโยงกับระบบดิจิทัลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบได้ในระดับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบเครือข่าย อาคารอัจฉริยะ และระบบควบคุมอัตโนมัติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประเทศ ดังนั้น การพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มที่มีความมั่นคงและอยู่ภายใต้การควบคุมของประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็น


“TESA มีแผนเปิดตัว National AIoT Platform เพื่อให้นักพัฒนาไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีบนแพลตฟอร์มที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และอยู่ภายใต้การควบคุมของประเทศ”


แพลตฟอร์มดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ:

  • เสริมสร้างความมั่นคงด้าน Cybersecurity ระดับประเทศ

  • สนับสนุนนักพัฒนาไทยในการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม

  • ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ

  • สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ด้าน AIoT และ Embedded Systems ในประเทศ

  • ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย


การเปิดตัว National AIoT Platform ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างรากฐานเทคโนโลยีของประเทศ และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักพัฒนาไทยในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีระดับประเทศ




bottom of page